 |
| |
วิทยาลัยสารพัดช่างพระนคร
เดิมเป็นโรงเรียนสารพัดช่างพระนคร ตั้งอยู่เลขที่ 286/1 ถนนบำรุงเมือง
แขวงบ้านบาตร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่
1 มิถุนายน 2504 เพื่อสนองความต้องการของรัฐบาลในด้านกำลังคนสำหรับพัฒนาประเทศ
ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ ได้มอบหมายให้
กรมอาชีวศึกษากระทรวงศึกษาธิการ
ดำเนินการจัดตั้งโรงเรียนสารพัดช่างพระนครขึน ต่อมาได้ขยายสู่ชนบท
โดยจัดตั้งหน่วยฝึกฝนอาชีพเคลื่อนที่ตามจังหวัดต่าง ๆ
ี้ |
| |
ในปี พ.ศ. 2515 หน่วยฝึกฝนอาชีพเคลื่อนที่
โอนไปสังกัดกรมการศึกาานอกโรงเรียน ส่วนโรงเรียนสารพัดช่างพระนครสังกัดกรมอาชีวศึกษาเดิม
ต่อมาในปี พ.ศ. 2525 ได้ร่วมมือกับการเคหะแห่งชาติเปิดสอนหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น
ที่การเคหะแห่งชาติชุมชนห้วยขวาง และในปี พ.ศ. 2535 ก็ได้ยกฐานะขึ้นเป็นวิทยาลัยชื่อ
"วิทยาลัยสารพัดช่างพระนคร" ปัจจุบันสังกัด สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
กระทรวงศึกษาธิการ |
| |
ปัจจุบัน วิทยาลัยสารพัดช่างพระนคร
จัดทำการสอนหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น และหลักสูตรวิชาชีพพิเศษอื่น ๆ โดยผู้เรียนจะต้องมีพื้นฐานความรู้
ไม่ต่ำกว่าชั้นประถมศึกษาตอนต้น เพื่อเป็นการสนองความต้องการด้านกำลังคน
ให้มีอาชีพโดยมุ่งผลิตวิชาชีพระดับ กึ่งผู้ชำนาญการ ให้เวลาเรียนและฝึกระยะสั้น
รวมทั้งการสอนหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และหลักสูตรวิชาชีพแก่นักเรียนมัธยมศึกษา
เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน และท้องถิ่นอาศัย อำนาจตามความในข้อ
23 แห่งประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 216 ลงวันที่ 29 กันยายน 2515 ให้ปรับปรุงโรงเรียนสารพัดช่าง
เป็นวิทยาลัยสารพัดช่าง และศูนย์ฝึกวิชาชีพ เป็นวิทยาลัยการอาชีพ ตั้งแต่วันที่
7 มิถุนายน 2534 เป็นต้นไป รวมทั้งหมด 203 วิทยาลัย
|
 |
| |
ปัจจุบันการศึกษาและฝึกอบรมด้านวิชาชีพ
เพื่อผลิตกำลังคนในระดับช่างกึ่งฝีมือ และช่างฝีมือ ให้สอดคล้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของชาติ
และสนองความต้องการของตลาดแรงงาน รวมทั้งการประกอบอาชีพอิสระ โดยการจัดการศึกษาและฝึกอบรม
ในสาขาวิชาช่างอุตสาหกรรม สาขาวิชาคหกรรม สาขาวิชาศิลปหัตถกรรม และสาขาวิชาพณิชยกรรม |
 |
| |
1. วัตถุประสงค์
เพื่อฝึกอบรมให้บุคคลที่ไม่มีความรู้ในวิชาชีพ
ได้มีความรู้ ละมีทักษะในวิชาชีพที่ตนสนใจ สามารถออกไปประกอบอาชีพได้
2. เพื่อฝึกอบรมให้บุคคล
ที่มีความรู้พื้นฐานในวิชาชีพอยู่บ้างแล้ว ได้เพิ่มพูนความรู้ด้านเทคโนโลยีให้สูงขึ้น
เพื่อยกระดับฝีมือ
3. เพื่อฝึกอบรมให้บุคคลที่ประสงค์จะเปลี่ยนอาชีพ
ได้มีโอกาสทดลอง และหาประสบการณ์ทดสอบความถนัดของตนเอง
|
 |
| |
โครงสร้างระบบการบริหารแบ่งเป็น
4 ลักษณะงาน คือ |
| |
- ลักษณะงานส่งเสริมการศึกษา
- ลักษณะงานกิจการนักเรียน-นักศึกษา
- ลักษณะงานวิชาการ
- ลักษณะงานวางแผนและพัฒนา
- แต่ละลักษณะงานมีผู้ช่วยผู้อำนวยการ
เป็นผู้รับผิดชอบลักษณะงานทั้ง 4 ลักษณะงาน คือ
|
| |
ลักษณะงานส่งเสริมการศึกษา
แบ่งออกเป็น |
| |
- งานการเงิน
- งานการบัญชี
- งานสารบรรณ
- งานประชาสัมพันธ์
- งานบุคคลากร
- งานเอกสารการพิมพ์
- งานทะเบียน
- งานพัสดุ
- งานอาคารสถานที่
|
| |
ลักษณะงานกิจการนักเรียน-นักศึกษา
|
| |
- งานแนะแนวอาชีพและจัดหางาน
- งานกิจกรรมนักเรียน-นักศึกษา
- งานโครงการพิเศษ
- งานสวัสดิการหอพัก
|
| |
ลักษณะงานวิชาการ
|
| |
- คณะวิชาช่างกลโลหะ
- คณะวิชาช่างก่อสร้าง
- คณะวิชาช่างไฟฟ้าและอิเลคทรอนิคส์
- คณะวิชาเทคโนโลยีอุตสาหกรรม
- คณะวิชาคหกรรม
- คณะวิชาศิลปหัตถกรรม
- คณะวิชาพณิชยกรรม
- งานหลักสูตรพิเศษ
- งานหลักสูตรและการสอน
- งานสื่อการเรียนการสอน
- งานวัดผลและประเมินผล
- งานห้องสมุด
|
| |
ลักษณะงานวางแผนและพัฒนา
|
| |
- งานศูนย์ข้อมูลการศึกษา เพื่ออาชีพและตลาดแรงงาน
- งานวางแผนการศึกษาและงบประมาณ
- งานวิจัยและพัฒนา
- งานผลิตการค้าและส่งเสริมกิจกรรมสหกรณ์
|